AROUND THE CLOCK LEARNING FRIENDS
Around the clock learning friends คืออะไร?
ผมได้เครื่องมือนี้มาจากวิทยากรชาวแคนาดา ที่มาอบรมหลักสูตร Train the Trainer Level 1 ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) เมื่อหลายปีก่อน และได้นำเครื่องมือนี้มาทดลองใช้กับผู้เข้าอบรมหลักสูตรต่างๆ เช่น หลักสูตรเสริมสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อคัดเลือกเป็นผู้ประเมินภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของ สมศ. เป็นต้น
AROUND THE CLOCK LEARNING FRIENDS เป็นเครื่องมือช่วยตัวหนึ่งที่ผมคิดว่าจะช่วยในการทำ KM ช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรู้จักคุ้นเคยกันก่อนการทำ KM
เครื่องมือนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมหรือผู้ร่วมกิจกรรมต่างๆ เกิดความรู้จัดและเสริมสร้างความคุ้นเคยให้กับผู้เข้าอบรม
อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบด้วย ป้ายชื่อ อาจเป็นป้ายรูปหัวใจ ปากกาเมจิก รูปนาฬิกาขนาดกระดาษ A4 ที่มีหมายเลขรอบหน้าปัทม์ 12 หมายเลข และมีช่องว่างสำหรับเติมชื่อ 12 ช่องรอบหน้าปัทม์นาฬิกา กระดาษ A4 ตีช่อง 4 ช่อง
วิธีเล่น : 1. จัดผู้เข้าอบรมนั่งรูปตัว U (U Chair)
2. แจกป้ายรูปหัวใจ ให้ผู้เข้าอบรมเขียนชื่อตัวเองลงบนป้ายรูปหัวใจตัวโตๆ (อาจเป็นชื่อเล่น)
3. แจกกระดาษ A4 รูปหน้าปัทม์นาฬิกา
4. ให้ทุกคนเติมชื่อของเพื่อนๆ ลงในช่องว่างรอบหน้าปัทม์นาฬิกาทั้ง 12 ช่อง โดยมีเงื่อนไขว่า ในหมายเลขช่องหนึ่งๆ ที่จะเติมชื่อเพื่อนคนใดคนหนึ่งลงไปนั้น ต้องเป็นช่องหมายเลขที่ว่างตรงกันกับตนเอง และการจะเติมชื่อเพื่อนคนใดลงไปที่หมายเลขใดนั้น เพื่อนคนนั้นๆ ก็จะต้องเติมชื่อของเราลงในนาฬิกาของเพื่อนในช่องหมายเลขที่ตรงกันกับเราด้วย
5. ทุกคนวิ่งหาเพื่อนๆ และเติมชื่อ พร้อมทั้งจำชื่อและหน้าของเพื่อนๆ ในหมายเลขต่างๆไว้ด้วย เมื่อเติมได้ทุกหมายเลขแล้วให้กลับที่นั่ง พร้อมกระดาษรูปหน้าปัทม์นาฬิกาที่มีชื่อเพื่อนๆ ทั้ง 12 หมายเลข
6. Facilitator ถามผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่า “จำชื่อและหน้าของเพื่อนใหม่ทั้ง 12 คนได้หรือไม่?”
7. ขั้นนี้เป็นขั้นการเสริมสร้างความคุ้นเคย กล่าวคือ Facilitator จะเป็นผู้นัดหมายให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้พบปะพูดคุยกันตามเวลาที่ Facilitator นัดหมายให้ โดยจัดให้มีการนัดพบ 4 นัด
8. แจกกระดาษ A4 ที่แบ่งออกเป็น 4 ช่อง เพื่อ 4 นัด
9. Facilitator นัดให้ผู้ร่วมกิจกรรมไปพบกัน เช่น ให้ไปพบกับเพื่อนๆ ที่เวลา 9 นาฬิกา คนที่หมายเลข 9 ตรงกันก็จะมาพบกัน พูดุยกันในประเด็นที่กำหนดให้ เช่น ประวัติย่อ สิ่งที่ชอบ คติประจำใจ เป็นต้น โดยให้เวลาแต่ละนัดประมาณ 2 นาที ทำเช่นนี้จนครบ 4 นัด
นี่แหละครับ Around the clock learning friends
KM Cafe
การทำ KM มีเครื่องมือช่วยหลายเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน แต่ก่อนที่จะใช้เครื่องมือต่างๆ เหล่านั้น ควรมีกิจกรรมเสริมสร้างการรู้จักคุ้นเคยกันเสียก่อน เครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดการรู้จักคุ้นเคยกันที่ผมใช้เป็นประจำคือเครื่องมือที่เรียกว่า “AROUND THE CLOCK LEARNING FRIENDS” แต่วันนี้จะพูดถึง KM Cafe’ ก่อนครับ
เครื่องมือนี้ ศาสตราจารย์ นายเพทย์วุฒิชัย ธนาพงศธร ได้นำมาใช้กับผู้ร่วมสัมมนา Mini UKM ครั้งที่ 5 ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2553 ครับ
ในวันสัมมนามีผู้เข้าร่วมสัมมนาที่เป็นมือใหม่หัดขับประมาณ 60 คน มีขั้นตอนการทำ KM Cafe’ ดังนี้ครับ
1. แบ่งกลุ่มออกเป็น 15 กลุ่มๆละ 4 คน นั่งล้อมวง
2. กำหนดหัวข้อเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ทั้ง 15 กลุ่มใช้หัวข้อเดียวกัน) โดยFacilitator เป็นผู้แจ้งให้ทุกกลุ่มทราบ เช่น “วิธีการหรือเทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงาน”
3. แจกกระดาษ Flipchart ให้กลุ่มละ 1 แผ่น และให้แต่ละกลุ่มหาอาสาสมัคร 1 คนเพื่อเขียน
4. ทั้ง 4 คนในแต่ละกลุ่ม ผลัดเปลี่ยนกันเล่าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงาน โดยมีอาสาสมัครทำหน้าที่เขียน ให้เวลาเล่าคนละประมาณ 3 นาที โดยผู้ที่เป็นอาสาสมัครเริ่มเล่าก่อน
5. เมื่อทั้ง 4 คนเล่าเสร็จให้ร่วมกันสรุปแล้วเขียนลงบนแผ่นกระดาษที่แจกให้ เป็นอันจบรอบที่ 1
6. ในรอบที่ 2 ให้ทำเช่นเดิมแต่ให้เปลี่ยนกลุ่ม กล่าวคือ ให้ผู้ที่เป็นอาสาสมัครในแต่ละกลุ่มอยู่ที่เดิมไม่ต้องเปลี่ยนกลุ่ม ส่วนอีก 3 คนให้เปลี่ยนไปกลุ่มอื่นแต่กลุ่มใหม่ที่เปลี่ยนไปนั้นทั้ง 3 คนต้องไม่เจอกันอีกนะ
7. ในรอบที่ 2 นี้เมื่อมีสมาชิกใหม่มารวมกันแล้ว ให้ผู้เป็นอาสาสมัครประจำกลุ่ม ซึ่งไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหน ทำหน้าที่เล่าให้ทั้ง 3 คนใหม่ฟังว่า ในรอบที่แล้วได้มีการพูดถึงเทคนิคอะไรบ้างในการลดความข้ดแย้งของทีมงาน จากนั้นให้ทั้งสามคนใหม่เล่าเล่าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงานเพิ่มเติม
8. รอบที่ 3 ทำเช่นเดิม เช่นเดียวกับรอบที่ 1 และ 2 โดยผู้ที่เป็นอาสาสมัครก็ยังคงประจำกลุ่มและทำหน้าที่เช่นเดิม ดังนั้น ทั้ง 3 รอบจึงเป็นเรื่องเล่าที่เล่าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้งถึง 10 เรื่องเล่า ซึ่งแต่ละกลุ่มได้ร่วมกันสรุป เป็นองค์ความรู้เรื่อง “เทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงาน”
9. นำแผ่นกระดาษที่เขียนเป็นองค์ความรู้ดังกล่าวไปติดผนังห้อง เพื่อให้แต่ละคนเดิน Shoping ความรู้ที่ได้จากกิจกรรม KM Cafe’
นี่แหละครับ KM Cafe’ ที่เอื้อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
KM เติมเต็มงานประจำ : KM Cafe’
ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมสัมมนาเพื่อพัฒนาการสร้างเครือข่ายองค์กรการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา ครั้งที่ 5 (Mini UKM ครั้งที่ 5) ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวเป็นเครือข่ายที่เกิดขึ้นจากการมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา 10 สถาบันคือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยพายัพ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นทุกปี ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพระหว่างสมาชิกในเครือข่าย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2553 ณ อาราญาน่า ภูพิมานรีสอร์ท อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และครั้งที่ 6 จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม 2553 ณ ม.แม่ฟ้าหลวง ครับ ท่านที่สนใจกระบวนการสัมมนา KM ดังกล่าวก็ลองเข้าร่วมสัมมนาดูนะครับ
แรกๆ ผมก็สับสนนิดหน่อยระหว่างการสัมมนา KM กับการเข้ารับการอบรมที่เราเคยชินทั่วๆไป เมื่อเข้าร่วมการสัมมนา KM ทำให้ผมทราบว่า การอบรมสัมมนาทั่วไปที่เราเคยชิน คือการไปนั่งฟังวิทยากรบรรยาย ดูเอกสารประกอบการบรรยาย ดูสไลด์ที่วิทยากรฉายให้ดู และก็พูดให้ฟัง ผู้เข้าอบรมสัมมนาก็ ฟังๆๆๆ และก็ จดๆๆๆ แต่การสัมมนา KM มันกลับทางกัน คือผู้เข้าร่วมสัมมนาต้องคิดๆๆๆ พูดๆๆๆ และสรุปออกมาเป็น องค์ความรู้จากการพูดคุยกัน แล้วนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้และกลับมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีก
ในการสัมมนาครั้งนี้ เครื่องมือหนึ่งที่ Facilitator (ศาสตราจารย์ นายแพทย์วุฒิชัย ธนาพงศธร) ใช้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คือ “KM Cafe’” จากการสังเกตพบว่าเครื่องมือดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ดีมากเครื่องมือหนึ่งที่เอื้ออำนวยให้ผู้เข้าสัมมนาเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน แต่ก่อนที่จะใช้เครื่องมือนี้ผู้ใช้(วิทยากร)ควรจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างการรู้จักคุ้นเคยให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาเสียก่อน เชื่อว่าเมื่อผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รู้จักคุ้นเคยกันระดับหนึ่งแล้ว จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาพูดคุยกันด้วยความสนุกและเพลิดเพลินไปกับการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกันเมื่อใช้เจ้า KM Cafe นี้ ชักอยากรู้แล้วใช่ใหมครับว่า KM Cafe’ มันเป็นยังไง?